จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Language Carnival at DPU

รายงานโดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร


เมื่อ วันที่ 26 สิงหาคม 2554 หมวดวิชาภาษาต่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยว และภาควิชาภาษาจีนธุรกิจ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม Language Carnival ขึ้นที่ใต้อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีผู้ร่วมงานเป็นเครือข่ายนักเรียนมัธยมจากกรมสามาญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในเขตปริมณฑล

กิจกรรมในงานมีการออกร้านขายขนมนานาชาติ ของนักเรียน นักศึกษา การแสดงแฟชั่นนานาชาติและกิจกรรมวิชาการบนเวที


วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รายงานด่วน กิจกรรมเถ้าแก่น้อย : ต่อยอดธุรกิจ

วันนี้วันที่ 19 สิงหาคม 2554 คณะบริหารธุรกิจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จัดกิจกรรมเถ้าแก่น้อยต่อยอดธุรกิจภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาการตลาดของทุกสาขาคณะวิชา ได้อวดฝีมือ นำเสนอโครงงานด้านการตลาดเพื่อต่อยอดธุรกิจที่กลุ่มสนใจแล้วนำมาปฏิบัติจริงในงานดังกล่าว อย่างคึกคัก

ทีมงานของนักศึกษาสาขาวิชาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล ของคณะนิเทศศาสตร์กลุ่มหนึ่งประกอบด้วยนางสาวปิ่นมยุรฉัตร ศรีวัฒนสาร และเพื่อนๆได้แก่ กรพรหม เล็ก แบ๊งค์ พลอย เอ ฯลฯ อีกประมาณ 7-10 คน ได้ต่อยอดธุรกิจไอศครีมกะทิสดยอดผลิตภัณฑ์ที่เป็นชื่อเดียวกับร้านว่า "Ice Eggs" รสชาติหอมหวานเอร็ดอร่อย ชวนให้ลิ้มลอง


ร้าน "Ice Eggs"
นักศึกษาบางกลุ่มใช้ความรู้ทางวัฒนธรรมตั้งชื่อร้านว่านายขนมต้ม ขายขนมข้าวต้มมัดนึ่งน่ารับประทานเช่นกัน บางร้านตั้งชื่อโครงการว่า กล้วยฉาบหญิงใหญ่ดูไฮโซ ชวนให้นึกถึงนิยายเรื่องบ้านทรายทองอันโด่งดัง

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

นางพญาสิงโตแห่งทุ่งหญ้าเซเรนเกตี้ (Queen of the Beast of Serengeti)

ขอขอบคุณภาพจากgoogle.com

สารคดี PSI วันที่19มิย.2554
เก็บมาเล่าต่อโดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร


สิงโตได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งสัตว์ทั้งหลายเพราะมีรูปกายที่ใหญ่โต กล้ามเนื้อแข็งแรง มีเขี้ยวและกรงเล็บคมกริบ มีสัญชาติญาณและมันสมองอันชาญฉลาดในการล่าเหยื่อเป็นฝูง

โดยปกติแล้วสิงโตตัวผู้ที่มีอายุประมาณ 4 ปีมักจะเป็นฝ่ายแย่งอำนาจและขับไล่จ่าฝูงตัวเดิมออกไปจากฝูง จากนั้นก็ครองอำนาจเป็นจ่าฝูงตัวใหม่ บางครั้งเมื่อตัวผู้มีอายุได้4ปีก็ต้องถูกขับไล่ออกไปเร่ร่อนหาตัวเมียนอกฝูงเพื่อผสมพันธุ์ บางครั้งก็ผูกมิตรกับตัวผู้เร่ร่อนอื่นๆ เพื่อการล่าสัตว์เป็นอาหาร บางโอกาสก็ร่วมมือกับตัวผู้อื่นเพื่อเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวเดียวกัน

เมื่อมีการขับไล่จ่าฝูงเดิมออกไป ตัวเมียมักจะหนีไปซ่อนกับลูกระยะหนึ่งและไม่พร้อมที่จะผสมพันธุ์กับจ่าฝูงตัวใหม่ จนกว่าจะเป็นสัดในอีก 1 ปี ทำให้จ่าฝูงตัวใหม่ต้องฆ่าลูกเก่าของตัวเมียทิ้ง หลังจากลูกเก่าตายภายใน 24 ชั่วโมง ตัวเมียก็จะเริ่มให้ท่าจ่าฝูงใหม่อย่างโจ่งแจ้งทันทีตลอดช่วง 2-3 เดือนแรกที่ตัวผู้นั้นดำรงตำแหน่งจ่าฝูงตัวใหม่อย่างประหลาด ทั้งนี้ก็เพื่อให้สถานภาพของตนมั่นคงในอีกอีก 2 ปีข้างหน้า

จ่าฝูงใหม่มีหน้าที่คุ้มครองตัวเมียจนครบ 3 เดือนให้พ้นจากการรบกวนของกลุ่มตัวผู้เร่ร่อนที่จะเข้ามารบกวน โดยการปัสสาวะตามชายขอบของอาณาเขต 60-140 ตารางกิโลเมตร เพื่อบอกแก่ตัวผู้เร่รอนเป็นทำนองว่า ห้ามเข้าเขตนี้มีเจ้าของแล้ว

เสือดาวไม่สามารถอยู่รวมกันเป็นกลุ่มได้ เนื่องจากมีความสามารถไม่เพียงพอในการหาอาหารมาแบ่งกัน ขณะที่สิงโตตัวผู้สามารถอยู่รวมกันได้ เพื่อปกป้องฝูงและหาอาหารร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลูกสาวของมัน สิงโตเพศผู้ไม่มีสิทธิ์ถาวรในฝูงของตน เพราะมันก็จะถูกขับออกไปภายใน 2-3 ปีข้างหน้าเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นจ่าฝูงเก่า สิทธิ์ในการสืบทอดเผ่าพันธุ์ในฝูงจึงเป็นของสิงโตตัวเมีย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ท่าทางนั่งยงโย่ยงหยกของสิงโตตัวผู้ที่ถูกสิงโตที่มาใหม่รุมทำร้าย เพื่อแย่งตำแหน่งจ่าฝูง มีลักษณะคล้ายกับท่านั่งของสิงห์ทวารบาลในโบราณสถานบางแห่งในศิลปะขอม/ เขมร

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีการสอนนักศึกษาจีน

โครงการเสวนา KM ครั้งที่1/ 2553
รายงานโดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร


เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2553 คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จัดเสวนาการจัดการความรู้เรื่อง วิธีการสอนนักศึกษาจีนขึ้น ณ ห้องประชุม6-1 (ทวี บัณยเกตุ) อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 6 เพื่อถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพแก่นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีนตลอดจนสร้างชุมชนนักปฏิบัติ .ผู้สอนนักศึกษาชาวจีน” ของคณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ปัญหาและอุปสรรค
นักศึกษาจีนส่วนใหญ่เรียนไม่ทันเพื่อน ระดับการเรียนรู้ไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาไทยแม้จะเคยเรียนภาษาไทยามาแล้ว 1-2 ปีที่ประเทศจีน ปัญหา คือ อาจารย์พูดเร็ว ไม่รู้ปัญหาการฟังของนักศึกษา เมื่อฟังไม่เข้าใจก็ไม่อยากเข้าเรียนและอาจารย์บางคนสอนไม่เก่ง ส่งผลให้นักศึกษาหลายคนถอนรายวิชาออกไป นอกจากนี้ระบบ wireless internet ที่มหาวิทยาลัยยังช้ามากด้วย

นักศึกษาบางคนบอกว่า จำคำศัพท์ในภาษาไทยไม่ได้ เขียนภาษาไทยก้ไม่ค่อยได้ แต่อย่างอื่นโอ.เค. นักศึกษาบางคนบอกว่าออกเสียงคำศัพท์ในภาษาไทยไม่ได้ อาจารย์พูดเร็วไป อาจารย์บางคนพูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย ทำให้งง ขอให้อาจารย์พูดช้าๆและอธิบายช้าๆ หน่อย วิชาการจัดการทางการตลาดใช้คำยากมาก วิชาอื่นๆก็มีประโยชน์ทำให้สามารถเข้าใจวัฒนธรรมไทยได้มาก

วิธีการสอนของอาจารย์
ผศ.ปิยวรรณ แสงสว่าง เด็กเก่งต้องรอคนอ่อน เบื่อ ชั่วโมงแรกใช้แบบสอบถามเพื่อสำรวจพื้นฐานความเข้าใจทางภาษาว่ามีมากน้อยเพียงใด แบบสอบถามประกอบด้วย การทดสอบความสามารถด้านการเขียน การอ่าน ประสบการณ์เคยเที่ยวที่ไหนบ้าง ชอบอะไร ชอบที่ไหน เล่าเรื่องเมืองจีน ชั่วโมงต่อๆมาปรับเนื้อหา ใช้ power points แจกก่อนสอน 1 สัปดาห์ ใช้ภาษาง่ายๆ ไม่ควรพูดภาษาอังกฤษ นักศึกษาจะไม่เข้าใจ เวลาสอนให้ช่วยกันเรียน คนเก่งช่วยคนอ่อน หรืออธิบายให้เพื่อนฟัง

การใช้ภาพมากๆ หรือ เปิดพจนานุกรมไทย-จีนกลางใน google ท้ายชั่วโมงมีแบบฝึกหัดทุกครั้งและการซักถาม ควรแทรกวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยมากๆ หน่อย ให้น.ศ.เขียนบันทึกประจำวันทุกวัน ในประเทศจีน 1 คาบเรียนมี 40 นาที ของไทยมี 90 นาที การฝากให้นักศึกษาไทยช่วยเป็นพี่เลี้ยงอาจมีปัญหาเพราะนักศึกษาไทยจะสอนแบบผิดๆ

นักศึกษาจีนบางคนพยักหน้าเข้าใจแต่คนอื่นๆ ไม่เข้าใจ เขียนคำศัพท์ใหม่ๆ บนกระดาน แม้แต่ชื่ออาจารย์

เด็กจีนกับเด็กไทยออกเสียงไม่เหมือนกัน ควรเขียนบนกระดานแล้วให้ออกเสียงพร้อมกัน อาจตั้งกฎห้ามพูดภาษาจีนในห้องและตั้งระเบียบปรับเงินครั้งละ 5 บาท

นักศึกษาจีนชอบอะไร
นักศึกษาจีนชอบให้พูดช้าๆ ชอบอาจารย์ใจดี ชอบเรียนรู้จากประสบการณ์ของอาจารย์ ชอบทำกิจกรรมกับนักศึกษาไทย และตามปกติแล้วนักศึกษาจีนมักจะนอนตอนบ่ายโมงเสมอ
นักศึกษาจีนไม่ชอบอะไร
ไม่ชอบการสอนที่ไม่ครอบคลุมเนื้อหาและไม่มีเอกสารแจก ไม่ชอบเรียนกับผู้สอนเรื่อยๆ เนือยๆ ไม่ถามว่านักศึกษาเข้าใจหรือไม่ ไม่ชอบอาจารย์ที่เข้าสอนสาย เนื่องจากอาจารย์จีนจะตรงต่อเวลามาก นักศึกษาจีนบางคนวิจารณ์ว่า อาจารย์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ในการจัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ อาจารย์หาสถานที่จัดงานไม่ทัน ทางออกคือควรพูดจาตกลงกับฝ่ายอาคารสถานที่ให้เรียนร้อย นักศึกษาบางคนหลับในห้องก็ไม่ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ชอบเรียนช่วงเช้ามากๆ นักศึกษาจีนบางคนบอกว่าอยากเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจไทยมากๆ และอยากเรียนเรื่องยากๆ ไม่ชอบจด ชอบเรียนรู้วิธีการใช้ภาษาไทย ชอบวิชาภาษาไทยเพื่อการท่องเที่ยว นักศึกษาจีนบางคนบอกว่าอยู่เมืองจีนคิดว่าเป็นภาษาจีน เพราะทำให้ไม่ได้ไปค้นคว้าต่อในพจนานุกรม บางคนชอบความตรงต่อเวลาของอาจารย์ อยากเรียนรู้เรื่องมารยาทไทย และชอบอาจารย์ที่สอนไปยิ้มไป

อาจารย์ภาษาอังกฤษบางคนใช้วิธีการสอนแบบRole Play โดยให้เด็กอ่อนจับคู่กับเด็กเก่ง ผุ้สอนควรเน้นการให้กำลังใจเด็กจีน ทุกครั้งที่เริ่มเนื้อหา ควรเริ่มจากเรื่องใกล้ตัวก่อน เช่น เทียบรูปวัดไทยกับวัดจีน

การทัศนศึกษา
นักศึกษาจีนมีความอดทนและกระตือรือร้นในเรื่องการทัศนศึกษามาก ขณะที่นักศึกษาไทยทำท่าทางเบื่อหน่าย นักศึกษาจีนจะสนใจแหล่งท่องเที่ยวต่างไปจากนักศึกษาไทย เช่นการไปเที่ยวน้ำตก พวกเขาสนใจเดินเล่นและถ่ายรูป เด็กไทยเล่นน้ำ กินส้มตำ ไปเที่ยวน้ำพุร้อนเด็กจีนถ่ายรูป เด็กไทยต้มไข่ บางรายวิชาที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณสำหรับพานักศึกษาจีนไปเที่ยวก็สามารถจัดเที่ยวกันเองก็ได้

สรุป
ระบบการจัดห้องเรียนของนักศึกษาจีนเป็นการเรียนแบบห้องเดียว ดังนั้น ผู้สอนจึงควรมีคุณสมบัติสำคัญ คือ ตรงต่อเวลา สอนให้สามารถนำไปใช้ได้เป็นมิตรและให้กำลังใจ เรื่องการฝึกงานนั้นนักศึกษาจีนอยากให้อาจารย์หาสถานที่ฝึกงานให้และอยากมีกิจกรรมทำร่วมกับนักศึกษาไทย นักศึกษาจีนชอบดูหนัง ชอบเที่ยว เพื่อจะได้ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมไทยให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ไม่อยากนั่งเรียนอยู่แต่ในห้องอย่างเดียว อาจารย์ควรสอนเพลงไทย และตั้งงบประมาณล่วงหน้าในการพาไปทัศนศึกษา ในกรณีของวิชาภาษาไทยเพื่อการท่องเที่ยว มีการจัดกิจกรรมให้นักศึกษาจีน ชื่อ “Learning by Doing” คือ กิจกรรมแรก คือ นั่งรถไปจากบางซื่อไปสวนสน กิจกรรมที่สอง คือ ไปเที่ยวเมืองโบราณ เพื่อนักศึกษานำข้อมูลมาใช้ในการเขียนBrochure นำเที่ยว หรืออาจเชิญวิทยากรจากภายนอกมาพูดให้นักศึกษาฟังนอกเหนือจากการเรียนในclass

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จิตสำนึกสาธารณะกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 กค.2554

โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร

หลังจากที่ผู้สมัครแต่ละพรรคได้หมายเลขประจำตัวกันถ้วนหน้า ป้ายหาเสียงก็ถูกติดตั้งตามสถานที่ต่างๆ ทั้งริมถนนใหญ่และในตรอกซอกซอย


ภายในซอยวิภาวดีรังสิต64แยก7 มีป้ายหาเสียงของพรรคใหญ่น้อยติดอยู่บ้าง ไม่คึกคักเพราะเป็นซอยย่อย แต่ปรากฏว่าเพียงติดตั้งในวันแรกป้ายหาเสียงของพรรคใหญ่พรรคหนึ่งก็คงถูกลมแรงพัดปลิวจนวัสดุเฟรมขึงป้ายหัก รูปงอ อีก 2-3วันต่อมาเจ้าหน้าที่ของพรรคใหญ่ก็มาเก็บไปติดตั้งที่อื่น


ป้ายหาเสียงของพรรคใหญ่อันดับสองหักงอมาได้4-5วันแล้ว จะเป็นลมพัด หรือ โดนเกี่ยวก็สุดจะคาดเดา ไม่มีใครยกขึ้น หรือ จัดเก็บให้เรียบร้อย ผู้เขียนจึงแสดงสปิริตด้วยการโยงกลับเข้าที่เดิม พร้อมกับบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน เพราะเกรงจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำลายเสียเอง

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พระพุทธรูปสลักเล่อซัน โดย นายเยไหล(Ye-Lei)นักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนมหาวิทยาลัยกวางสี

กล่าวนำ โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร




นายเย่ไหล เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกวางสี ชั้นปีที่3 ซึ่งเดินทางมาศึกษาในภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมตามโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยกวางสีกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อผู้เขียนสั่งงานให้ไปสร้างเวบไซต์จัดการความรู้(Knowledge Management Website) เรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ลูกศิษย์ทุกรุ่นของผู้เขียนจะต้องได้รับการปลูกฝังอย่างครบถ้วนและจริงจัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของความรู้ความสามารถทางด้านInformation Technology



นายเย่ไหลได้นำเสนอเรื่อง พระพุทธรูปสลักขนาดใหญ่บนเขาเล่อซัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวไทยมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนพิจารณาเห็นว่า บทความเล็กๆชิ้นนี้กล่าวถึงสถานที่ซึ่งมีความน่าสนใจทางด้านการท่องเที่ยวและเป็นประติกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อทางศาสนาพุทธนิกายมหายานแห่งหนึ่งของจีน จึงได้ขออนุญาตจากนายเย่ไหล เพื่อนำมาเผยแพร่ต่ออีกครั้ง เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาต่อไป

พระพุทธรูปสลักเล่อซัน
โดย นายเยไหล(Ye-Lei) http://yelei-lei.blogspot.com/


พระพุทธรูปสลักเล่อซัน ประติมากรรมระดับโลกพระพุทธรูปสลักเล่อซัน ตั้งอยู่บริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านสามสาย คือ ต้าตู้เหอ ชิงอีเจียง และหมินเจียง ในเขตเมืองเล่อซัน อาณาบริเวณโดยรอบยังประกอบด้วย เขาหลิงหยุน สุสานในถ้ำริมผาม๋าเฮ่า เขาอูโหยว และบริเวณเขาอูโหยวที่เชื่อมต่อกับเขาหลิงหยุนซันและเขากุยเฉิงซัน ยังประกอบขึ้นเป็นทิวทัศน์อันน่าพิศวงรูปพระนอนขนาดใหญ่ซึ่งมีความยาวราว 1,300 เมตร รวมพื้นที่ราว 8 ตร.กม. ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในเขตทิวทัศน์ของเทือกเขาเอ๋อเหมยซัน



พระพุทธรูปสลักริมหน้าผาเล่อซัน สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง แห่งราชวงศ์ถัง ต้นรัชสมัยไคหยวน ปี ค.ศ.713 โดยการเจาะสกัดหินบนเขาเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท หลังพิงเขา หันหน้าสู่แม่น้ำหมินเจียง มีความสูง 71 เมตร กว้าง 10 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าพระพุทธรูปหินสลักที่ถ้ำผาหยุนกัง(ต้าถง)ในมณฑลซันซี(มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี 2001)ถึง 3 เท่า พระพุทธรูปเล่อซันสร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระอาจารย์ไห่ทง แห่งวัดหลิงหยุน ใช้เวลาก่อสร้างนาน 90 ปี จนมาสำเร็จในปี ค.ศ.803


ในสมัยจักรพรรดิถังเต๋อจง แกะสลักขึ้นด้วยฝีมือช่างงามวิจิตร ลายเส้นที่พลิ้วไหวและสัดส่วนขององค์พระที่ได้สมดุล เต็มไปด้วยพลังที่แผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ล้วนสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันเฟื่องฟูในยุคราชวงศ์ถังสิ่งหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์องค์พระเล่อซันให้คงความสง่างามมาจนถึงวันนี้ได้ คือ การเจาะทางระบายน้ำไหลด้านหลังกรรณทั้งสองและเศียรองค์พระ เพื่อกันการกัดเซาะของน้ำฝนไม่ให้ไหลบนตัวองค์พระและทำลายทัศนียภาพขององค์พระพุทธรูป ทำให้องค์พระไม่สึกกร่อนเสียหายมาก สามารถคงรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเมื่อพันกว่าปีก่อน

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

World Bank-ANU-DPU International Conference 14-16 June 2011

รายงานด่วนโดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2554 ธนาคารโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง "เศรษฐศาสตร์นโยบายการศึกษาว่าด้วยโอกาสและความเท่าเทียม" ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2554 เวลา 9.00-17.00 ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ (ชั้น 8 อาคาร 6)



ส่วนหนึ่งของการสัมมนา ในช่วงเวลา 10.30-11.15 ดร.จามิล แซลมี (Dr. Jamil Salmi) ผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารโลกด้านนโยบายการศึกษาระดับอุดมศึกษาและผู้วิจัยทางด้านการพัฒนาความเสมอภาคทางการศึกษา เสนอผลการศึกษาเรื่องกองทุนกู้ยืมในภูมิภาคต่างๆของโลกทั้งในจีน อาเซอร์ไบจัน บราซิล ฯลฯ รวมถึงการรับรองความสำเร็จทางการศึกษา ความเสี่ยง และการใช้คืนหนี้กองทุนของประเทศดังกล่าว อย่างน่าสนใจ ในหัวข้อเรื่อง "The World Bank's Experience with Student Loans"