จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พระพุทธรูปสลักเล่อซัน โดย นายเยไหล(Ye-Lei)นักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนมหาวิทยาลัยกวางสี

กล่าวนำ โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร




นายเย่ไหล เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกวางสี ชั้นปีที่3 ซึ่งเดินทางมาศึกษาในภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมตามโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยกวางสีกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อผู้เขียนสั่งงานให้ไปสร้างเวบไซต์จัดการความรู้(Knowledge Management Website) เรื่องแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ลูกศิษย์ทุกรุ่นของผู้เขียนจะต้องได้รับการปลูกฝังอย่างครบถ้วนและจริงจัง เพื่อใช้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของความรู้ความสามารถทางด้านInformation Technology



นายเย่ไหลได้นำเสนอเรื่อง พระพุทธรูปสลักขนาดใหญ่บนเขาเล่อซัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวไทยมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนพิจารณาเห็นว่า บทความเล็กๆชิ้นนี้กล่าวถึงสถานที่ซึ่งมีความน่าสนใจทางด้านการท่องเที่ยวและเป็นประติกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อทางศาสนาพุทธนิกายมหายานแห่งหนึ่งของจีน จึงได้ขออนุญาตจากนายเย่ไหล เพื่อนำมาเผยแพร่ต่ออีกครั้ง เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาต่อไป

พระพุทธรูปสลักเล่อซัน
โดย นายเยไหล(Ye-Lei) http://yelei-lei.blogspot.com/


พระพุทธรูปสลักเล่อซัน ประติมากรรมระดับโลกพระพุทธรูปสลักเล่อซัน ตั้งอยู่บริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านสามสาย คือ ต้าตู้เหอ ชิงอีเจียง และหมินเจียง ในเขตเมืองเล่อซัน อาณาบริเวณโดยรอบยังประกอบด้วย เขาหลิงหยุน สุสานในถ้ำริมผาม๋าเฮ่า เขาอูโหยว และบริเวณเขาอูโหยวที่เชื่อมต่อกับเขาหลิงหยุนซันและเขากุยเฉิงซัน ยังประกอบขึ้นเป็นทิวทัศน์อันน่าพิศวงรูปพระนอนขนาดใหญ่ซึ่งมีความยาวราว 1,300 เมตร รวมพื้นที่ราว 8 ตร.กม. ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในเขตทิวทัศน์ของเทือกเขาเอ๋อเหมยซัน



พระพุทธรูปสลักริมหน้าผาเล่อซัน สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง แห่งราชวงศ์ถัง ต้นรัชสมัยไคหยวน ปี ค.ศ.713 โดยการเจาะสกัดหินบนเขาเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท หลังพิงเขา หันหน้าสู่แม่น้ำหมินเจียง มีความสูง 71 เมตร กว้าง 10 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าพระพุทธรูปหินสลักที่ถ้ำผาหยุนกัง(ต้าถง)ในมณฑลซันซี(มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี 2001)ถึง 3 เท่า พระพุทธรูปเล่อซันสร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระอาจารย์ไห่ทง แห่งวัดหลิงหยุน ใช้เวลาก่อสร้างนาน 90 ปี จนมาสำเร็จในปี ค.ศ.803


ในสมัยจักรพรรดิถังเต๋อจง แกะสลักขึ้นด้วยฝีมือช่างงามวิจิตร ลายเส้นที่พลิ้วไหวและสัดส่วนขององค์พระที่ได้สมดุล เต็มไปด้วยพลังที่แผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ล้วนสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันเฟื่องฟูในยุคราชวงศ์ถังสิ่งหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์องค์พระเล่อซันให้คงความสง่างามมาจนถึงวันนี้ได้ คือ การเจาะทางระบายน้ำไหลด้านหลังกรรณทั้งสองและเศียรองค์พระ เพื่อกันการกัดเซาะของน้ำฝนไม่ให้ไหลบนตัวองค์พระและทำลายทัศนียภาพขององค์พระพุทธรูป ทำให้องค์พระไม่สึกกร่อนเสียหายมาก สามารถคงรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเมื่อพันกว่าปีก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น