จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การจัดนำเที่ยว

ประเภทของการจัดนำเที่ยว
ประเภทของการจัดนำเที่ยว แบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ
1. การจัดนำเที่ยวในประเทศ (Domestic Tour)
เป็นการจัดนำเที่ยวที่นำชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยบริษัทนำเที่ยวของประเทศนั้นๆ ติดต่อผ่านสาขาประจำประเทศไทย หรือบริษัทนำเที่ยวไทย บริษัทนำเที่ยวไทยทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดการท่องเที่ยว ติดต่อที่พัก ภัตตาคาร และยานพาหนะ ตลอดจนจัดหามัคคุเทศก์ หรือผู้ติดตามทัวร์

การจัดนำเที่ยวอาจจะเป็นเช้าไป-เย็นกลับ หรือจัดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือจัดตามเทศกาลงานประเพณีต่างๆ การจัดนำเที่ยวส่วนใหญ่นิยมจัดโดยใช้รถโค้ช บางรายการที่เป็นระยะทางไกล อาจจะจัดโดยเครื่องบินไปกลับ และใช้รถโค้ชนำเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ไม่เสียเวลาเดินทาง แต่ราคาค่าบริการจะแพงขึ้น นอกจากนี้อาจจัดเป็น Package tour โดยได้รับความร่วมมือจากโรงแรมต่างๆ ปัจจุบันบริษัทนำเที่ยวไทยที่จัดการท่องเที่ยวประเภทนี้มากมาย ทำให้มีการแข่งขันกันสูงในด้านการจัดการ และหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เป็นจุดขาย

2. การจัดนำเที่ยวเข้าประเทศไทย (Inbound Tour)
เป็นการจัดนำเที่ยวให้ชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยบริษัทนำเที่ยวของประเทศนั้นๆ ติดต่อผ่านสาขาประจำประเทศไทย หรือบริษัทนำเที่ยวไทย
บริษัทนำเที่ยวไทยทำหน้าที่เป็นตัวแทนจัดการท่องเที่ยวภาคพื้นดิน (ground operation หรือ land management) ให้กับบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศ โดยจัดได้ 2 วิธี คือ

1. จัดตามความต้องการของบริษัท
2. บริษัทนำเที่ยวไทยจัดเสนอขายบริการท่องเที่ยวต่างๆ ไปยังบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งได้แก่
2.1 จัดเป็น package tour
2.2 จัดเป็น package tour สำหรับกลุ่มที่สนใจพิเศษ
2.3 จัดโปรแกรมนำเที่ยวสำหรับโอกาสพิเศษ หรือเทศกาลสำคัญๆ เช่น งานลอยกระทงที่สุโขทัย หรือเทศกาลอาหารทะเล (Sea Food Festioval) ที่ภูเก็ต หรือการชมสุริยุปราคาในประเทศไทย ในวันที่ 24 ตุลาคม 2538 เป็นต้น
2.4 จัด pre-post tour ให้สำหรับการประชุมที่จะจัดให้มีขึ้นในประเทศไทย
2.5 จัดโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น เช่น เยี่ยมชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ทางภาคเหนือ
2.6 จัดโปรแกรมสำหรับรับประทานอาหารและผลไม้ไทย เป็นต้น
2.7 จัดตามความต้องการขององค์กรหรือหน่วยงาน สำหรับเป็นรางวัลให้กับพนักงาน หรือตัวแทนธุรกิจ

การจัดทำเที่ยวประเภทนี้ บริษัทนำเที่ยวไทยจะจัดการท่องเที่ยวให้ขณะที่อยู่ในประเทศไทย โดยจัดหายานพาหนะรับ-ส่งสนามบิน โรงแรม และพานักท่องเที่ยวต่างประเทศไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ติดต่อที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวและจัดการเรื่องอาหารให้มีความหลากหลายตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทยา และจัดมัคคุเทศก์ให้ร่วมเดินทางไปกับคณะ ตลอดจนการพาไปซื้อของที่ระลึก ส่วนรายการท่องเที่ยวจะเป็นไปตามกำหนดที่ตกลงกันไว้ สิ่งสำคัญของบริษัทนำเที่ยวที่จัดท่องเที่ยวประเภทนี้ จะต้องคำนึงถึง คือ ประสิทธิภาพในการจัดการ และมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพต้องสามารถพูดภาษาของนักท่องเที่ยว หรือภาษากลางที่สามารถสื่อสารกับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และมีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับประเทศไทย เพื่อสร้างศรัทธา และความเชื่อถือให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

3. การจัดนำเที่ยวนอกประเทศ (Outbound Tour)
เป็นการจัดนำเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยวไทยออกท่องเที่ยวยังต่างประเทศ บริษัทนำเที่ยวไทยจะติดต่อบริการการท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศให้กับบริษัทนำเที่ยวไทยและจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวไทย ขณะที่ท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ บริษัทนำเที่ยวไทย อาจจะติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวประเทศนั้นโดยตรง หรืออาจจะติดต่อผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวที่บริษัทนำเที่ยวไทยใช้บริการเป็นประจำ ให้ทำหน้าที่จัดการนำเที่ยวให้กับบริษัทนำเที่ยวของตน เช่น บริษัทนำเที่ยว A ในไทย ให้บริษัทนำเที่ยว B ในประเทศอังกฤษเป็นตัวแทนจัดนำเที่ยวไปยังประเทศสเปนหรือโปรตุเกส เป็นต้น สำหรับบางประเทศที่บริษัทนำเที่ยวมีเจ้าของเป็นคนไทย บริษัทนำเที่ยวก็จะติดต่อโดยตรง ซึ่งจะเป็นผู้ติดตามเป็นคนไทย และทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ในขณะเดียวกันการจัดทำเที่ยวประเภทนี้ บริษัทนำเที่ยวไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการทำการตลาด การส่งเสริมการขาย การขายและการจัดยานพาหนะจากต้นทางไปยังจุดหมายปลายทาง ส่วนการจัดการท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ บริษัทนำเที่ยวตัวแทนจะเป็นผู้จัดการทั้งหมด

ลักษณะของการจัดนำเที่ยว
การจัดนำเที่ยวแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโดยวิธีการใดก็ตาม ส่วนใหญ่จะจัดให้ครอบคลุมลักษณะต่างๆ ดังนี้

1. เที่ยวในเมือง (City tour) ได้แก่ การเที่ยวชมสภาพแวดล้อมภายในตัวเมือง เยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ของเมือง เช่น พิพิธภัณฑ์ อนุสาวรีย์ วัด โบสถ์ วัง เป็นต้น การจัดนำเที่ยวลักษณะนี้จะมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น (local guide) เป็นผู้บรรยายภายในรถ เพื่อให้ทราบว่าสองข้างทางที่รถผ่านมีอาคารร้านค้าย่านสำคัญๆ ของตัวเองอะไรบ้าง และอาจจะกำหนดให้แวะชมสถานที่สำคัญๆ ของเมือง เช่น โบสถ์ พระราชวัง หรือพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น การจัดนำเที่ยวลักษณะนี้ จะเป็นในลักษณะสั้นใช้เวลาไม่นาน อาจจะเป็นภาคเช้าและ/หรือภาคบ่าย กรณีที่จัดเป็นกลุ่มเมื่อถึงเมืองตามรายการที่จะมีการเที่ยวในเมือง (City tour) เพื่อเป็นการประหยัดเวลาที่จะให้ลูกค้าได้นั่งรถชมเมืองและรู้จักกับเมืองนั้นภายในระยะเวลาอันจำกัด ทำให้ทราบว่าเมืองนั้นมีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ศูนย์การค้าและแหล่งซื้อของโบสถ์ ที่สำคัญมีอะไร ลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารสถานที่ และได้รับความรู้อย่างคร่าวๆ จากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่จะอธิบายเกี่ยวกับเมืองนั้นให้ทราบ นอกจากนี้จะมีการแวะเยี่ยมชมจุดสำคัญๆ ของเมืองด้วย

บริษัทนำเที่ยวส่วนใหญ่ จะนิยมจัดนำเที่ยวในลักษณะนี้ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางตามลำพังด้วย เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกไปสถานที่ต่างๆ ได้ในเวลาจำกัด และตามความต้องการ เช่น การจัดนำเที่ยวไปวัด วัง หรือล่องเรือ ตามคลอง เป็นต้น


2. เที่ยวชมสถานที่ (excursion tour หรือ sightseeing tour) ได้แก่ การเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่มีจุดเด่นทางการท่องเที่ยวตามธรรมชาติ หรือมนุษย์สร้างขึ้นที่อยู่ในเมืองหรือนอกเมือง เช่น ภูเขา ชายหาด เมืองเก่า พระราชวัง ปราสาทโบราณ หรือหมู่บ้านชาวเขา เป็นต้น ซึ่งในขณะเดินทางไปตามแหล่งท่องเที่ยวจะมีโอกาสเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สองข้างทางที่ผ่านไปด้วย

บางประเทศจัดนำเที่ยวลักษณะนี้ขายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตามลำพังโดยรวมกิจการเที่ยวชมเมืองด้วยและอาจจะจัดไปยังเมืองที่ใกล้เคียงโดยใช้เวลาสำหรับการท่องเที่ยวทั้งวัน

สำหรับลูกค้าที่ไปกับบริษัทนำเที่ยวเป็นกลุ่ม การจัดการท่องเที่ยวลักษณะนี้เป็นที่นิยม เพราะลูกค้าจะได้ชมทิวทัศน์ และได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองที่เยี่ยมชมในเวลาเดียวกัน ซึ่งการจัดอาจจะเป็นการเดินทางผ่านและแวะชมสถานที่สำคัญๆ แล้วเดินทางต่อไปอีกเมืองหรือเดินทางและเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองหนึ่ง และพักค้างคืนที่เมืองนั้น ก่อนจะออกเดินทางต่อไปในวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่ผู้จัดรายการที่จะคำนึงถึงระยะทางและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ

3. เที่ยวยามราตรี (night tour) ได้แก่ การเที่ยวชมความงามของแสงสียามราตรี และเที่ยวกลางคืนตามสถานเริงรมย์ต่างๆ เช่น รับประทานอาหารค่ำพร้อมชมการแสดง ชมละคร โชว์หรือฟังคอนเสิร์ต ไนต์คลับ ดิสโก้เธค กินอาหารโต้รุ่ง การชมการแสดงทางวัฒนธรรม เป็นต้น เป็นการใช้ชีวิตในยามราตรีหาความสนุกสนานและบางครั้งก็ได้รับความรู้ในขณะเดียวกัน

สำหรับลูกค้าที่ไปกับบริษัทนำเที่ยวเป็นกลุ่ม การเที่ยวกลางคืนจะนิยมให้รับประทานอาหารค่ำพร้อมการแสดงทางวัฒนธรรม หรือล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารค่ำแล้วพาชมคาบาเร่ต์ หรือละคร หรือบัลเล่ต์ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าจะได้ชมความงามของเมืองในยามค่ำคืนในขณะเดียวกัน
บางบริษัทนำเที่ยวอาจนำเที่ยวยามราตรีให้เลือก (optional tour) โดยมีรายการนำเที่ยวต่างๆ ให้เลือก เช่น ดูละคร คาบาเร่ต์ หรือฟังคอนเสิร์ต เป็นต้น

4. เที่ยวซื้อของ (shopping tour) ได้แก่ การเที่ยวซื้อของไม่ว่าจะเป็นของใช้อุปโภคบริโภคหรือของที่ระลึก และของฝากทำให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสศึกษาถึงวิธีการทำ หรือผลิตสินค้าพื้นเมือง และศิลปหัตถกรรมของท้องถิ่นนั้นจากการเลือกซื้อของ เพราะตามร้านขายสินค้าพื้นเมืองเหล่านั้น โดยเฉพาะที่ขายแก่นักท่องเที่ยว มักจะมีการสาธิตวิธีการทำสินค้าเหล่านั้นด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวไทยการซื้อของถือว่าเป็นกิจกรรมสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ เพราะนิสัยของคนไทยซึ่งเป็นคนโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เมื่อเดินทางท่องเที่ยว ย่อมต้องมีของฝากสำหรับญาติมิตรเพื่อนฝูง ด้วยเหตุผลนี้บริษัทนำเที่ยวจะมีรายการให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสซื้อของเป็นระยะๆ ตามเมืองที่มีย่านการค้าที่มีชื่อ เช่น ปารีส ลอนดอน เป็นต้น

การจัดนำเที่ยวแต่ละครั้งจะจัดรวมทั้ง 4 ลักษณะ แต่สามารถจัดลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือรวม 2-3 ลักษณะได้ด้วยกันก็ได้ เช่น อาจจัดเที่ยวในเมือง ซื้อของแล้วเที่ยวยามราตรี หรืออาจจะจัดเฉพาะซื้อของ เป็นต้น

บางประเทศบริษัทนำเที่ยวอาจจะดำเนินธุรกิจเฉพาะจัดนำเที่ยวในเมือง ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมงของภาคเช้าหรือภาคบ่าย ส่วนการจัดเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะรวมถึงเมืองใกล้เคียง ระยะเวลาในการจัดจะเป็นครึ่งวันหรือเต็มวัน แต่จะไม่เน้นเรื่องที่เที่ยวซื้อของโดยจัดให้มีรายการนำเที่ยวหลากหลายให้นักท่องเที่ยวเลือกตามความสนใจ

อย่างไรก็ตาม การจัดนำเที่ยวจะจัดประเภท วิธีการใด หรือลักษณะใดก็ตามจะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ประกอบการจัดการเพื่อให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด
1. ราคา นักท่องเที่ยวจะเลือกซื้อโปรแกรมนำเที่ยวที่ราคาเหมาะสม ไม่แพง
2. บริษัทนำเที่ยว ชื่อเสียงของบริษัทนำเที่ยวมีความสำคัญสำหรับลูกค้าใหม่ แต่ถ้าเป็นลูกค้าเก่าความเชื่อถือในบริษัทมีส่วนช่วยในการพิจารณาตัดสินใจใช้บริการต่อไปหรือไม่
3. รายการนำเที่ยว รายการนำเที่ยวต้องเป็นที่น่าสนใจ
4. การบริการ ถ้าบริการดี ลูกค้าเก่าจะใช้บริการต่อไป และอาจจะแนะนำคนอื่น ดังนั้น บริษัทนำเที่ยวจะต้องตระหนักถึงการให้บริการตั้งแต่เริ่มที่นักท่องเที่ยวติดต่อสอบถามที่บริษัทจนกระทั่งออกเดินทางท่องเที่ยวจนกระทั่งเดินทางกลับ การบริการที่ดีจะได้รับการบอกเล่าต่อๆ กัน ทำให้บริษัทมีลูกค้าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

สรุป
การจัดนำเที่ยวแต่ละประเภทสามารถจัดได้หลากหลายรูปแบบในลักษณะต่างๆ กัน โดยยึดหลัก “ถูก สนุก สะดวก สบาย เห็นมาก กินดี มีซื้อของ”

รูปแบบการจัดรายการนำเที่ยว
1. เป็นการจัดรายการนำเที่ยว ประมาณ 2-4 โดยใช้ระยะทางในการเดินทางน้อย ต้องการให้มีที่พักแห่งเดียวตลอดการเดินทาง แต่ละวันจะเดินทางออกจากโรงแรมในช่วงเช้า เพื่อท่องเที่ยวแล้วกลับมาพักที่โรงแรมเดิมในตอนเย็น ข้อดีของการจัดนำเที่ยวรูปแบบนี้ คือ ไม่ต้องวุ่นวายกับขั้นตอนการเข้าพัก และออกจากโรงแรม (Check in-Check out) ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับการขนย้ายกระเป๋าเดินทางในแต่ละวันและลูกค้า จะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ไม่ต้องรีบตื่นเพื่อนำกระเป๋ามาไว้ที่นอนห้องทุกเช้า และอาจจะได้ลดราคาที่พักและอาหารเช้าเป็นพิเศษ เพราะพักหลายวันและช่วยประหยัดเงินค่าขนกระเป๋าเดินทางในแต่ละวัน แต่มีข้อเสียคือ จะทำให้ลูกค้าต้องเดินทางไปกลับเพื่อเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวทุกวัน ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง ซึ่งการจัดในรูปแบบนี้ระยะทางไกลควรเกิน 100 กิโลเมตร เพราะไป-กลับ ใช้เวลา 200 กิโลเมตร เพื่อให้มีเวลาเยี่ยมชมสถานที่ต่าง

ดังนั้น การจัดรายการนำเที่ยวรูปแบบนี้ ต้องจัดในบริเวณที่มีจุดศูนย์กลางทางการท่องเที่ยว คือ มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ล้อมรอบที่พักไม่ไกลมากนัก

2. เป็นการจัดรายการนำเที่ยวที่เปลี่ยนที่พักทุกวัน หรือทุกวันเว้นวัน ซึ่งต้องใช้ระยะทางในการเดินทางมากกว่าแบบแรกโดยเริ่มเดินทางจากจุดหนึ่งแล้วต่อไปเรื่อยๆ เป็นวงรอบ แล้วกลับมาที่จุดเดิมครั้งแรกเพื่อเดินทางกลับ ข้อดีของการจัดรูปแบบนี้คือ ความแปลกใหม่ของสิ่งแวดล้อม เพราะเปลี่ยนสถานที่พักทุกวันและไม่ต้องอยู่ซ้ำเมือง (จังหวัด) ทำให้ได้แวะเยี่ยมชมหลายเมือง แต่มีข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายราคาโรงแรมจะแพงขึ้นและอุปสรรคในการเดินทางอาจเกิดขึ้นได้

3. เป็นการจัดรายการนำเที่ยวคล้ายคลึงกับแบบที่ 2 แต่เน้นสถานที่ออกเดินทางไปและสถานที่เดินทางกลับ แตกต่างกันไม่ใช้เส้นทางเดียวกัน ข้อดีของการจัดรูปแบบนี้คือไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับมาจุดเริ่มแรกเพื่อเดินทางกลับ เหมาะสำหรับการเดินระหว่างประเทศที่ใช้ระยะทางไกล และเสียเวลานาน ข้อเสียคือราคาจะแพงที่สุด เพราะเป็นการเดินทางไปกลับคนละเส้นทาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น