จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

ขอหินคลุกในซอยแยกของถนนวิภาวดีรังสิต 64 แยก 7

โดย พิทยะ ศรีวัฒนสาร

(ความเดิม)เมื่อวันที่ 31 มนาคม 2554 ผู้เขียนได้เดินทางไปที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเทหินคลุกในซอยเล็กข้างบ้าน ซึ่งเดินเป็นทางสัญจรสาธารณะร่วมกันของสมาชิกหมู่บ้านในฝัน แต่เมื่อบ้านหลังอื่นๆอีก2หลังถูกธนาคารยึดและขายทอดตลาดจนขณะนี้อาจตกอยู่ในการครอบครองของเศรษฐีมีทรัพย์คนใดคนหนึ่งและปล่อยพื้นที่ให้รกร้างมานาน 20 ปีเศษ



บัดนี้นายช่างโยธาจากสำนักงานเขตหลักสี่ได้เดินทางเข้ามาสำรวจพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่า คงจะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามมาในเวลาอันใกล้นี้

(ภาพเก่า)ไฟกำลังโหมไหม้กิ่งไม้ หญ้าแห้ง เศษวัสดุและขยะบริเวณบ้านร้างในซอยวิภาวดีรังสิต 64 แยก7



(ภาพเก่า)ตายอม "คนขี้โม้-ขี้เมา" เผาครั้งสุดท้าย ทำเก๋ไก๋ เดินออกจากที่เกิดเหตุ ผู้เขียนถามว่าเผาทำไมคนอื่นจะเดือดร้อน แกตอบวกวนฟังไม่ได้ศัพท์
เผาเสร็จก็เดินไปเดินมาในซอยวิภาวดีรังสิต64 หลังจากนั้นไม่นานตายอมก็จากไปชั่วนิรันดร์

พี่เบิ้มมือปราบ บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามมาช่วยดับไฟ หลังจากรถดับเพลิงกลับไปแล้ว พี่เบิ้มเคยให้ลูกน้องเก่างัดเข้าไปดับไฟในบ้านสถาปนิกเยื้องๆ เพราะแม่บ้านตั้งหม้อแกงอุ่นอาหารแล้วออกไปข้างนอก โดยไม่มีคนดู ผล คือ เกิดไฟลุกท่วมกลิ่นเหม็นคลุ้ง บ้านเกือบโดนไฟไหม้


video




หมู่บ้านในฝัน ซอยวิภาวดีรังสิต 64 แยก 7 ฝั่งใต้ ถูกทอดทิ้งมานานจนกระทั่ง คนในหมู่บ้านมหานครนิเวศน์ส่วนหนึ่งคิดว่าจุดนี้เป็นที่ทิ้งขยะสาธารณะไปแล้ว จึงมีคนมักง่าย พากันเอาขยะ กิ่งไม้(ตัดแต่งรอรับหน้าฝน) เศษวัสดุ โซฟาเก่า ศาลเจ้าดิน โฟม(หุ้มเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท ทีวี ตู้เย็น) ฯลฯ มาทิ้ง มอเตอร์ไซด์รับจ้างบางคนมักง่ายใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ปัสสาวะและทิ้งกล่องและถุงยางอนามัยที่ใช้เลย

บางครั้งคนงานของ TWTก็นำเศษอาหารหลังงานเลี้ยงปีใหม่มาทิ้งปากซอย ส่วนคนเก็บของเก่าก็เอาขยะจากTWTมาทิ้งในบ้านร้าง ทำให้ผู้เขียนต้องคุ้ยเอาเบอร์โทรฯจากใบส่งสินค้าของโรงงาน แล้วโทรแจ้งให้หัวหน้าคนงานรับผิดชอบขนไปทิ้งให้ถูกที่ถูกทาง มี2-3ครั้งที่ผู้เขียนจ้างคนเก็บของเก่าให้ช่วยมัดขยะให้เป็นระเบียบและขนไปรอรถขนขยะที่ถังขยะประจำบ้านเสียเอง


ครั้งหนึ่งเมื่อผู้เขียนเห็นคนขับรถซาเล้งขนกิ่งมามาทิ้งในเขตบ้านร้างก็ตะโกนห้ามและบอกว่าให้ขนกลับไป ไม่อย่างนั้นจะจับ ปรากฏว่าซาเล้งคันนั้นก็ขนกลับไปจริง แต่กลับมาพร้อมกับชายคนหนึ่ง ซึ่งพอเข้ามาใกล้ผู้เขียนจึงจำได้ว่า เขาเป็นตำรวจนครบาลนอกเครื่องแบบ ซึ่งเคยช่วยขับรถออกจากบ้านให้ขณะที่ผู้เขียนยังเป็นมือใหม่หัดขับ และแสดงท่าทางไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้และกล้ำกลืนยอมให้ทิ้งกิ่งไม้ดังกล่าว
กิ่งไม้หลังการตัดแต่งสร้างความงามในบ้านของเศรษฐี เป็นเชื้อไฟอย่างดีในหน้าแล้ง โดยผู้นำมาทิ้งไม่สนใจว่า สิ่งนี้จะสร้างทุกข์อย่างไรแก่ผู้อื่นในเวลาต่อมา ผลงานการเผาครั้งที่4-5ของตายอม ซึ่งบัดนี้ลาโลกไปแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ลึกๆ ผู้เขียนก็ยังเกรงว่า อาจจะมี "มือดี" รายใหม่เกิดขึ้นในอนาคตหากซอยนี้ไม่ได้รับการพัฒนาให้ทัดเทียมชุมชนอื่นๆ


เชื้อเพลิงอย่างดีถ้าได้ลมส่งละก็ไม่เหลือ



เช้าวันหนึ่ง ผู้เขียนเคยผลักอกตายอมที่ชอบด้อมๆ มองๆ เข้ามาในบ้าน ทิ้งๆ ที่ต่อว่าไปหลายครั้ง สายหน่อยพอจะออกจากบ้านก็ตกใจเพราะมีคนเห็นตายอมจุดไฟเผาหญ้าแห้งและลุกลามเข้ามาใกล้บ้าน ผู้เขียนรีบวิ่งไปบอกรปภ.บริษัทTWTด้านหน้าซอยKLM เนื่องจากไฟกำลังลุกติดที่สายไฟและหม้อแปลงหน้าบริษัท วันนั้นบริษัทTWT ใช้เครื่องดับเพลิงฉีดเคมีดับไฟหมดไฟหลายสิบอัน


จุดนี้ข้างซอยที่ผู้เขียนจอดรถประจำหลังบ้าน ผู้เขียนเคยใช้พื้นที่นี้จอดรถมากว่า 10 ปี เนื่องจากมีความร่มรื่น พอทำประตูใหม่เสร็จก็เอารถเข้าบ้านได้ ประกอบกับอายุมากขึ้นจึงผลัดวันประกันพรุ่งในเรื่องการถากถางด้วยตนเองจนต้องร้องขอความอนุเคราะห์จากเขตหลักสี่ให้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงและพัฒนา


ถัดมาเล็กน้อย ต้องเขียนป้ายตามประสาว่า "อย่ามาปัสสาวะแถวนี้ เดี๋ยวคนไม่ดีจะทำตาม" ก็ได้ผลอยู่บ้าง


เศษวัสดุเกือบกลบฝาท่อระบายน้ำแล้ว


ทิ้งจนไหล่ทางจมหายไป ซึ่งผู้เขียนรอให้ได้ไหล่ทางและฟุตบาธ จากนั้นก็จะได้ร้องขอความอนุเคราะห์ในเรื่องสวนแนวตั้งต่อไป


สารพัดสาระเพจะนำมาทิ้ง ซึ่งอันที่จริงจากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้น บรรดาขยะของเหลือใช้จากเคหสถานทั้งหลาย หากชุมชนเก็บมัดจัดระเบียบให้ดี แล้ววางข้างถังขยะ เสียบ้าง กทม.ก็ยินดีขนไปทิ้งให้อยู่แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น